vol.90 :: ความรู้สึกดีดีในญี่ปุ่นที่อยากเก็บไว้เป็นความทรงจำตลอดไป
posted on 15 Jan 2012 02:28 by yamakawaiiผ่านไปแล้ว 90 วันนี่มันเร็วเนอะ เร็วมากกกกจริงๆ เหมือนเพิ่งไปเอง
จู่ๆก็ต้องกลับแล้ว..... ถามว่าใจหายมั๊ย แน่นอนแหละ..แม้จะไม่ได้ผูกพันมากก็ตาม
แต่ถ้าถามว่า มีความรู้สึกว่า "ไม่อยากกลับไทย" แบบบางคนมั๊ย
ตอบเลยว่า "ไม่" เพราะ ไทยแลนด์คือบ้าน ไทยแลนด์มีครอบครัว ไทยแลนด์มีความทรงจำ
ส่วนเจแปน......ขอเก็บเป็นเรื่องราวความประทับใจก็พอ ^^
คุณเคยคิดมั๊ย......ว่าครั้งนึงในชีวิตจะได้พบเรื่องราวเหมือนกับในละครหรือการ์ตูนตาหวาน
เคยมั๊ย.........เวลาที่เสื้อกันหนาวแขนกลับด้านแล้วพยายามใส่เพราะมองไม่เห็นจนเค้ามาเอาออกให้
เคยมั๊ย.........เวลาที่เราใส่เสื้อกันหนาวแล้วฮู้ดกลับด้านเข้าไปในเสื้อแล้วเค้ามาเอาออกให้
เคยมั๊ย.........สั่งข้าวแล้วคนตักไม่ได้ยินเค้าเลยเดินมาเรียกคนตักข้าวแล้วสั่งให้ใหม่
เคยมั๊ย.........เสื้อมีเส้นด้ายติดอยู่แล้วเราไม่เห็น เค้าก็เอื้อมมือมาหยิบออกให้
เคยมั๊ย.........คนที่จำได้ว่าเราชอบหนังเรื่องอะไรทั้งๆที่เคยโพสขึ้นเฟสไปครั้งเดียว
แล้ววันสุดท้ายที่เจอกันเค้าก็ไรท์มาให้
เคยมั๊ย.........ที่มีคนมาแซวเรื่องเตี้ยแล้วตบหัวเราเบาๆ แต่ตบท้ายว่า ตัวเล็กๆอ่ะน่ารักดี
เคยมั๊ย.........คอยช่วยดูกระเป๋าให้ตลอดเวลา ทั้งที่กระเป๋าก้อยู่กะตัวเรา
ตอนสายกระเป๋าร่วงก็เอาขึ้นให้
เคยมั๊ย.........เจอคนคอยถามตลอดว่าหนาวมั๊ย?? แถมยังมาจับหูอีกเพื่อจะดูว่าตัวเราเย็นแค่ไหน
เคยมั๊ย.........พูดสวัสดีปีใหม่กับใครซักคนที่ไม่ใช่เพื่อนหรือคนในครอบครัวเป็นคนแรกของปี
เคยมั๊ย.........ที่ตอนเดินในที่คนมากๆเบียดหนักๆดันกันสุดๆ
แล้วเค้าโอบไหล่ไว้ตลอดเวลาเพื่อกันเราโดนชน
เคยมั๊ย.........กินขนมจนหกเต็มผ้าพันคอ เค้าหัวเราะแต่ว่ากลับเข้ามาปัดออกให้
เคยมั๊ย.........เค้านั่งรถไฟ JR พาไปส่งถึงสถานีทั้งๆที่ ตัวเองไปรถใต้ดินได้
เคยมั๊ย.........ทั้งๆที่รถไฟเค้ามี แต่เค้าจะอยู่รอเป็นเพื่อนเรา
เพราะรถของเราต้องรออีก 1 ชั่วโมงถึงจะมา
เคยมั๊ย.........ถึงแม้จะขึ้นรถสายเดียวกันแต่ไปคนละด้าน...
เค้ากลับเดินมาส่งเราขึ้นรถแล้วรอจนรถเราออก
ทั้งหมดคือเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราจริงๆ
เรา...เป็นคนที่ไม่เคยชอบใครมาก่อน ชีวิตมีแต่ดารานักร้องและเพื่อน ผญ. และเกย์
การไปญี่ปุ่นครั้งนี้ทำให้เราได้พบเจอเหตุการณ์ที่น่าประทับใจทั้งหมดที่กล่าวมา
บอกตามตรงว่าเราลืมเรื่องทั้งหมดไม่ได้จริงๆ มันเป็นครั้งแรกที่มีคนมาคอยทำอะไรให้แบบนี้
เพื่อนสองสามคนบอกว่าให้เราคุยกับเค้าต่อ.....
แต่ตัวเราเอง....เราอยากเก็บแค่ความรู้สึกในตอนนั้นไว้เป้นความทรงจำ......
เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง
เพราะเค้าเด็กกว่าเราตั้ง 2 ปี
เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเค้ามีแฟนอยู่รึเปล่า
เพราะเวลาที่อยู่ในห้องแลปด้วยกันแค่ 1 เดือนมันบอกอะไรไม่ได้เลย
เพราะเวลาแค่ 2 เดือนที่รู้จักกันมันเรียกว่าชอบไม่ได้หรอก มันแค่รู้สึกดีด้วยเฉยๆ
เพราะถ้าคุยต่อกันไปแล้วมันเกิดรู้ว่าเค้าไม่ได้ดีอย่างนี้ตลอดเวลาเราจะรู้สึกแย่เอง
ทั้งหมดที่เค้าทำ......คำเดียวสั้นๆเลยว่า "เค้าเป็นสุภาพบุรุษ" คงเป็นเพราะการอบรมสั่งสอน
ซึ่งเค้าก็คงทำแบบนี้ให้กับทุกคนอยู่แล้วล่ะ
เราคงไม่ใช่คนเดียวอยู่แล้วที่ได้รับการปฏิบัติดีอย่างนี้
เราเข้าใจนะ เข้าใจมากๆด้วย เราเลยเลือกที่จะไม่คุยต่อ ไม่สานต่อ
เพราะเราอยากขอจดจำแค่ความรู้สึกดี ความประทับใจในวันขึ้นปีใหม่ปี 2012 เอาไว้แบบนี้
ขอจำเค้าคนนั้นไว้แค่เรื่องดีๆทั้งหมดที่เค้าทำให้แบบนี้ก็พอ
ขอเวลาเก็บความประทับใจอีกนิดแล้วเค้าคนนั้นจะกลับมาเป็นน้องชายของเราเหมือนเดิม
จู่ๆก็ต้องกลับแล้ว..... ถามว่าใจหายมั๊ย แน่นอนแหละ..แม้จะไม่ได้ผูกพันมากก็ตาม
แต่ถ้าถามว่า มีความรู้สึกว่า "ไม่อยากกลับไทย" แบบบางคนมั๊ย
ตอบเลยว่า "ไม่" เพราะ ไทยแลนด์คือบ้าน ไทยแลนด์มีครอบครัว ไทยแลนด์มีความทรงจำ
ส่วนเจแปน......ขอเก็บเป็นเรื่องราวความประทับใจก็พอ ^^
คุณเคยคิดมั๊ย......ว่าครั้งนึงในชีวิตจะได้พบเรื่องราวเหมือนกับในละครหรือการ์ตูนตาหวาน
เคยมั๊ย.........เวลาที่เสื้อกันหนาวแขนกลับด้านแล้วพยายามใส่เพราะมองไม่เห็นจนเค้ามาเอาออกให้
เคยมั๊ย.........เวลาที่เราใส่เสื้อกันหนาวแล้วฮู้ดกลับด้านเข้าไปในเสื้อแล้วเค้ามาเอาออกให้
เคยมั๊ย.........สั่งข้าวแล้วคนตักไม่ได้ยินเค้าเลยเดินมาเรียกคนตักข้าวแล้วสั่งให้ใหม่
เคยมั๊ย.........เสื้อมีเส้นด้ายติดอยู่แล้วเราไม่เห็น เค้าก็เอื้อมมือมาหยิบออกให้
เคยมั๊ย.........คนที่จำได้ว่าเราชอบหนังเรื่องอะไรทั้งๆที่เคยโพสขึ้นเฟสไปครั้งเดียว
แล้ววันสุดท้ายที่เจอกันเค้าก็ไรท์มาให้
เคยมั๊ย.........ที่มีคนมาแซวเรื่องเตี้ยแล้วตบหัวเราเบาๆ แต่ตบท้ายว่า ตัวเล็กๆอ่ะน่ารักดี
เคยมั๊ย.........คอยช่วยดูกระเป๋าให้ตลอดเวลา ทั้งที่กระเป๋าก้อยู่กะตัวเรา
ตอนสายกระเป๋าร่วงก็เอาขึ้นให้
เคยมั๊ย.........เจอคนคอยถามตลอดว่าหนาวมั๊ย?? แถมยังมาจับหูอีกเพื่อจะดูว่าตัวเราเย็นแค่ไหน
เคยมั๊ย.........พูดสวัสดีปีใหม่กับใครซักคนที่ไม่ใช่เพื่อนหรือคนในครอบครัวเป็นคนแรกของปี
เคยมั๊ย.........ที่ตอนเดินในที่คนมากๆเบียดหนักๆดันกันสุดๆ
แล้วเค้าโอบไหล่ไว้ตลอดเวลาเพื่อกันเราโดนชน
เคยมั๊ย.........กินขนมจนหกเต็มผ้าพันคอ เค้าหัวเราะแต่ว่ากลับเข้ามาปัดออกให้
เคยมั๊ย.........เค้านั่งรถไฟ JR พาไปส่งถึงสถานีทั้งๆที่ ตัวเองไปรถใต้ดินได้
เคยมั๊ย.........ทั้งๆที่รถไฟเค้ามี แต่เค้าจะอยู่รอเป็นเพื่อนเรา
เพราะรถของเราต้องรออีก 1 ชั่วโมงถึงจะมา
เคยมั๊ย.........ถึงแม้จะขึ้นรถสายเดียวกันแต่ไปคนละด้าน...
เค้ากลับเดินมาส่งเราขึ้นรถแล้วรอจนรถเราออก
ทั้งหมดคือเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราจริงๆ
เรา...เป็นคนที่ไม่เคยชอบใครมาก่อน ชีวิตมีแต่ดารานักร้องและเพื่อน ผญ. และเกย์
การไปญี่ปุ่นครั้งนี้ทำให้เราได้พบเจอเหตุการณ์ที่น่าประทับใจทั้งหมดที่กล่าวมา
บอกตามตรงว่าเราลืมเรื่องทั้งหมดไม่ได้จริงๆ มันเป็นครั้งแรกที่มีคนมาคอยทำอะไรให้แบบนี้
เพื่อนสองสามคนบอกว่าให้เราคุยกับเค้าต่อ.....
แต่ตัวเราเอง....เราอยากเก็บแค่ความรู้สึกในตอนนั้นไว้เป้นความทรงจำ......
เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเค้าเป็นคนยังไง
เพราะเค้าเด็กกว่าเราตั้ง 2 ปี
เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเค้ามีแฟนอยู่รึเปล่า
เพราะเวลาที่อยู่ในห้องแลปด้วยกันแค่ 1 เดือนมันบอกอะไรไม่ได้เลย
เพราะเวลาแค่ 2 เดือนที่รู้จักกันมันเรียกว่าชอบไม่ได้หรอก มันแค่รู้สึกดีด้วยเฉยๆ
เพราะถ้าคุยต่อกันไปแล้วมันเกิดรู้ว่าเค้าไม่ได้ดีอย่างนี้ตลอดเวลาเราจะรู้สึกแย่เอง
ทั้งหมดที่เค้าทำ......คำเดียวสั้นๆเลยว่า "เค้าเป็นสุภาพบุรุษ" คงเป็นเพราะการอบรมสั่งสอน
ซึ่งเค้าก็คงทำแบบนี้ให้กับทุกคนอยู่แล้วล่ะ
เราคงไม่ใช่คนเดียวอยู่แล้วที่ได้รับการปฏิบัติดีอย่างนี้
เราเข้าใจนะ เข้าใจมากๆด้วย เราเลยเลือกที่จะไม่คุยต่อ ไม่สานต่อ
เพราะเราอยากขอจดจำแค่ความรู้สึกดี ความประทับใจในวันขึ้นปีใหม่ปี 2012 เอาไว้แบบนี้
ขอจำเค้าคนนั้นไว้แค่เรื่องดีๆทั้งหมดที่เค้าทำให้แบบนี้ก็พอ
ขอเวลาเก็บความประทับใจอีกนิดแล้วเค้าคนนั้นจะกลับมาเป็นน้องชายของเราเหมือนเดิม

